ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กำลังเขย่าตลาดทุน หลังมีการเผยโครงสร้างการถือหุ้นของ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ในกลุ่ม อไรซ์ เวนเจอร์ส (Arise Ventures) บนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง ทั้งการถือหุ้น 99.99% ใน Arise Ventures Group และถือ 100% ผ่าน Ubolmas Digital ซึ่งเชื่อมโยงไปสู่การถือหุ้นใหญ่ 24.95% ใน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE)
สายสัมพันธ์เชิงโครงสร้างนี้กลายเป็นเผือกร้อนส่งตรงถึงคณะกรรมการ บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT) ให้ต้องเร่งเคลียร์ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ให้ขาด
จุดชี้ขาดที่ตลาดทุนจับตาเป็นพิเศษคือ “งบประมาณด้านไอทีและระบบดิจิทัล” ของ CPAXT ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปี ทั้งระบบคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ เครือข่ายโทรคมนาคม และซอฟต์แวร์ซัพพลายเชน ทว่าสินค้าเทคโนโลยีเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะที่ตรวจสอบราคาตลาดยาก และมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการผูกขาดระบบในระยะยาว (Vendor Lock-in)
การที่ผู้นำสูงสุดของ CPAXT นั่งเป็นประธานอนุมัติงบฝั่งผู้ซื้อ แต่กลับเป็นเจ้าของธุรกิจไอทีอย่าง Arise และถือหุ้นใหญ่ใน TRUE ซึ่งเป็นฝั่งคู่ค้า จึงสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เม็ดเงินและต้นทุนของบริษัทมหาชน กลายเป็นรายได้ที่ไหลกลับไปสร้างกำไรให้แก่ธุรกิจส่วนตัว
สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้กรรมการอิสระและคณะกรรมการตรวจสอบของ CPAXT ต้องแสดงบทบาทคานอำนาจอย่างจริงจัง ผ่านการบังคับเปิดประมูลแข่งขันราคาเสรี (Arm’s Length Basis) และกลั่นกรองรายการเกี่ยวโยงกัน (RPT) อย่างเข้มงวด หากบอร์ดยังปล่อยให้โครงสร้างอำนาจทับซ้อนดำเนินต่อไปโดยไร้การตรวจสอบ ย่อมเสี่ยงที่จะถูกนักลงทุนสถาบันปรับลดคะแนนธรรมาภิบาลและปรับลดมูลค่าหุ้น (De-rating P/E) ซึ่งจะกระทบต่อราคาหุ้นและสร้างความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นรายย่อยโดยตรง
ตลาดทุนจึงเฝ้ารอมาตรการเชิงรุกจากบอร์ด CPAXT เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสก่อนที่ความเชื่อมั่นจะถูกทำลาย




