“บางกอกเคเบิ้ล” หรือ BCC ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดสายไฟฟ้ าใต้ดินของไทย คว้างานเมกะโปรเจกต์ MEA และ PEA ลุยติดตั้ง “ระบบสายไฟฟ้าและสายเคเบิลใต้ดิ น” ตามแนวรถไฟฟ้าและหัวเมืองใหญ่ ในภูมิภาค ความยาวสายไฟสะสม 720 กม. ชูความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิ ตสายไฟฟ้าคุณภาพสูง การันตีมาตรฐานความปลอดภัยระดั บสากล และสถาบันทดสอบทางไฟฟ้าระดับโลก มุ่งผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้ านพลังงานของไทยให้มีเสถียรภาพ รองรับการขยายตัวของ Smart City และเทคโนโลยีอัจฉริยะ พลิกโฉมทัศนียภาพเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิ ตและความปลอดภัยของคนไทย
นายพงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่“ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิลยาวนานกว่ า 60 ปี และประสบการณ์ในการบริหารจั ดการเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้ นฐานมาแล้วกว่า 33 โครงการ ทำให้ BCC ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่ อง เรามีเทคโนโลยีการผลิตที่ ตอบโจทย์ ทั้งด้านความปลอดภัย ความทนทาน และประสิทธิภาพสูงสุด โดยออกแบบและผลิตสายไฟฟ้าแบบ Customized ให้ตรงตามความต้ องการเฉพาะของแต่ละโครงการ ภายใต้กระบวนการผลิตด้วยเครื่ องจักรที่ทันสมัย เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง และผ่านการทดสอบด้านความปลอดภั ยตามมาตรฐานสากล ควบคู่กับการส่งมอบงานตรงเวลา และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมวิ ศวกรผู้เชี่ยวชาญ” นายพงศภัค กล่าว
ทั้งนี้ BCC ได้ดำเนินการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้นอกจากนี้ BCC ยังตอกย้ำคุณภาพด้วยห้องปฏิบัติ การทดสอบทางไฟฟ้าของบริษัท (Extra High Voltage Testing Center) ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องปฏิบัติ การทดสอบทางไฟฟ้าขนาดใหญ่ ของประเทศไทย รองรับการทดสอบสายไฟฟ้าแรงดันสู งพิเศษ โดยดำเนินงานสอดคล้องตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 สอดคล้องกับมาตรฐาน TIS และ IEC เพื่อคุณภาพและความปลอดภัยขั้ นสูงสุด
นายพงศภัค กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนผ่านระบบสายไฟฟ้ าอากาศสู่ระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่ อนเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะช่วยจัดระเบียบภูมิ ทัศน์ของเมืองให้สวยงามน่าอยู่ แล้ว ยังเป็นการยกระดับความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ พายุฝน หรือปัจจัยภายนอกที่อาจก่อให้ เกิดไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งจะช่วยให้ระบบจ่ายไฟมี ความเสถียร และเป็นการวางรากฐานโครงข่ายพลั งงานให้พร้อมรองรับการเติ บโตของเทคโนโลยีอัจฉริยะ การขยายระบบขนส่งมวลชน การดำเนินธุรกิจที่ต้องพึ่ งพาพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิ นของประชาชนไปพร้อมกัน
“เราไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ ผลิตสายไฟฟ้าเท่านั้น แต่เรามุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิ ตรผู้ร่วมสร้างและผลักดั นโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าที่ ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุดให้กั บประเทศ เพื่อรองรับแนวโน้มการขยายตั วของ Smart City และการเติบโตทางเศรษฐกิ จของประเทศไทยในระยะยาว เราพร้อมที่จะพัฒนานวัตกรรมด้ านพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานอุ ตสาหกรรมสายไฟฟ้าและสายเคเบิ ลไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล และขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติ บโตแบบยั่งยืน” นายพงศภัค กล่าว
ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการเปิดประมูลเส้ นทางการพัฒนาสายไฟฟ้าใต้ดิ นในเขตเมืองเกาะแนวรถไฟฟ้าสายต่ างๆ อย่างต่อเนื่องแล้วหลายสาย โดยยังคงมีแผนขยายไปยังเส้ นทางใหม่ๆ อาทิ พื้นที่ฝั่งธนบุรี พื้นที่เกาะแนวรถไฟฟ้าสายสีส้ม บริษัทยังคงมองโอกาสในการพั ฒนาโปรดักท์สายไฟฟ้าใต้ดิ นของบริษัท พร้อมเข้าร่วมประมูลงานใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่ อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติ บโตทางโครงสร้างพื้ นฐานของประเทศไทย
บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) เป็นผู้นำด้านการผลิตและพั ฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้ นนำของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ.2507 ให้บริการครอบคลุม 7 กลุ่มการใช้งาน ได้แก่ 1.ระบบผลิตและส่งพลังงานไฟฟ้า (Transmission) 2.ระบบจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (Distribution) 3.ระบบไฟฟ้าภายในบ้านพั กและอาคาร (Construction and Building) 4.ระบบขนส่งและคมนาคม (Transportation and Mobility) 5.ระบบไฟฟ้าในโรงงาน และภาคอุตสาหกรรม (Industrial) 6.พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และ 7.ระบบไฟฟ้าในรถยนต์ (Automotive) เพื่อสร้างความปลอดภัยและขั บเคลื่อนเมืองสู่อนาคต ปัจจุบัน มีลูกค้าโครงการขนาดใหญ่ของทั้ งภาครัฐและเอกชนจำนวนมากที่ใช้ สายไฟฟ้าของบางกอกเคเบิ้ล อาทิ โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค สนามบินสุวรรณภูมิ เฟส 2 โครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู โครงการรถไฟทางคู่สายตะวันออก และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ แบบลอยน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ นอกจากนี้ บริษัท มีส่วนสนับสนุนโครงการ ASEAN Power Grid โดยเฉพาะโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่ อนหลวงพระบาง (Luang Prabang Hydropower Project) ในประเทศลาว




